เงินที่เสียไป ยังสามารถหาใหม่ได้
แต่เมื่อสุขภาพสูญเสียไปแล้ว จะยากที่จะกลับคืนมา
ผมชื่อสมชาย อายุ 52 ปี ขับรถรับส่งผู้โดยสารที่เชียงใหม่ อาชีพนี้ต้องนั่งอยู่บนรถทั้งวัน บางวันขับนาน 10–12 ชั่วโมงก็เป็นเรื่องปกติ
เมื่อก่อนผมก็ฝืนทำงาน คิดว่ายังไหวก็ทนไปก่อน แต่แล้วร่างกายเริ่ม “ไม่ไหวแล้ว”
หลังส่วนล่างเริ่มปวดแบบจี๊ด ๆ บางครั้งมีอาการชาแผ่ลงไปถึงสะโพกและขา นั่งนาน ๆ แล้วจะชาแข็ง พอลงจากรถต้องยืนนิ่งสักพักให้หายมึนก่อนถึงจะเดินต่อได้
มีบางวันระหว่างขับรถ อยู่ ๆ ปวดหลังมากจนต้องจอดรถกลางทางแล้วลุกขึ้นยืดตัว
หัวเข่าก็ปวดเวลาเดินขึ้นลงบันได เดินขึ้นแค่ไม่กี่ขั้นก็รู้สึกขาสั่น บางครั้งก้าวพลาดเพราะขาไม่มีแรงมั่นคง
ที่ทรมานที่สุดคือกลางคืน ร่างกายเหนื่อยล้ามาก แต่พอล้มตัวลงนอนกลับนอนไม่หลับ ตื่นบ่อย บางคืนตี 2–3 ก็ตื่นเลย
ตอนเช้าตื่นมาจะรู้สึกตัวหนักเหมือนแบกก้อนหิน หลังแข็ง ก้มไปผูกเชือกรองเท้ายังลำบาก
ขับรถทั้งที่สมองไม่ค่อยปลอดโปร่ง ใจรู้สึกกังวลตลอด กลัวว่าวันหนึ่งจะทำงานไม่ไหว ไม่มีแรงหาเงินเลี้ยงตัวเองได้อีกต่อไป
ผมลองไปมาหมดแล้ว
เวลาปวดก็ซื้อยามากินให้หายเร็ว ๆ กินแล้วรู้สึกดีขึ้นจริง แต่พอยาหมด อาการก็กลับมาอีก และบางครั้งยังปวดมากกว่าเดิมด้วย
ไปนวด ไปกดเส้นแรง ๆ ตอนทำเสร็จรู้สึกสบายมาก กลับไปนอนหลับได้ดีอยู่ 1–2 คืน แต่สุดท้ายก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม
มีคนบอกให้ลองออกกำลังกายหนัก ๆ จะได้แข็งแรง ผมก็พยายามทำตาม แต่พอออกกำลังกายแล้วหัวเข่ากลับบวม เดินยิ่งลำบากกว่าเดิม
ตอนนั้นเริ่มท้อแล้ว คิดว่าอาจจะเพราะอายุมากแล้ว คงต้องยอมรับสภาพ แต่ในใจก็ยังกลัว กลัวว่าวันหนึ่งจะดูแลตัวเองไม่ได้ แล้วจะกลายเป็นภาระให้ภรรยาและลูก ๆ
แล้วมีคนรู้จักแนะนำให้ผมลองเรียนเรื่อง “การดูแล
สุขภาพแบบฟื้นฟู” ฟังดูเรียบง่าย ไม่มีการใช้ยาอะไรเลย ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่
แต่พอคิดดูว่าเราก็ลองมาหมดแล้ว เลยตัดสินใจลองอีกสักครั้ง
ผมเริ่มจากสิ่งที่เบามาก ๆ เช่น วิธีหายใจ ท่าทางการเคลื่อนไหวช้า ๆ ปรับท่านั่งตอนขับรถใหม่ และค่อย ๆ ลดอาหารที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายลง พยายามนอนให้เร็วขึ้น
ทำแบบค่อยเป็นค่อยไปทุกวัน ไม่ฝืนตัวเองมากเกินไป
ประมาณ 2–3 สัปดาห์แรก ผมเริ่มรู้สึกว่าหลังไม่ตึงเท่าเดิม อาการปวดจี๊ด ๆ ต่อเนื่องลดลง นั่งขับรถนาน ๆ ยังเมื่อยอยู่ แต่ไม่ถึงกับชาแข็งเหมือนก่อน ลงจากรถแล้วลุกยืนได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องหยุดนิ่งนาน
หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือนกว่า ๆ อาการปวดเข่าก็ดีขึ้นชัดเจน ขึ้นลงบันไดไม่สั่น เดินได้นานขึ้น
กลางคืนนอนหลับลึกขึ้น ตื่นกลางดึกน้อยลง บางคืนหลับยาวถึงเช้า
ตอนเช้าตื่นมาหลังไม่แข็งเหมือนไม้แล้ว ก้มใส่รองเท้าง่ายขึ้น รู้สึกตัวเบาขึ้น ทำให้ไปทำงานก็ไม่เหนื่อยเหมือนเดิม
ค่อย ๆ ไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวดแล้ว ถ้ารู้สึกเมื่อยบ้าง ก็กลับมาทำท่าง่าย ๆ ที่เรียนไว้ ก็ช่วยให้ดีขึ้นได้
ตอนนี้ผมยังขับรถทุกวันอยู่
ไม่กล้าพูดว่าหายปวดไปทั้งหมด แต่ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนแล้วแตกต่างกันมาก
นั่งนาน ๆ ยังพอทนได้ ลงจากรถก็ไม่ต้องฝืนหยุดนิ่งเหมือนเดิม หัวเข่าเดินได้มั่นคงขึ้น เพราะนอนหลับได้ดี ร่างกายก็มีแรงมากขึ้น
ที่สำคัญที่สุดคือผมไม่กลัวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะรู้ว่ามีวิธีดูแลตัวเอง และยังสามารถนำไปแนะนำให้คนในครอบครัวได้ด้วย
สำหรับผม แค่นี้ก็พอแล้ว — ยังมีสุขภาพ ยังทำงานได้ ก็ยังมีทุกอย่างอยู่
ถ้าคุณอยากลอง ก็ลองศึกษาดูเพิ่มเติมได้เลย จะมีคนคอยแนะนำอย่างละเอียดให้ ทำถูกตั้งแต่แรก… จะได้ไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง จนสุดท้ายท้อใจ หรือ ทำผิดวิธีแล้วกลับยิ่งทำร้ายสุขภาพตัวเองมากขึ้นไปอีก
ถ้าคุณเชื่อผม และไม่อยากกลายเป็นภาระของครอบครัว ลองเริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลยนะครับ